บทที่ 12 ตอนที่ 11 ถึงข้าจะร้ายก็ไม่ได้ง่ายนะ
ตอนที่ 11 ถึงข้าจะร้ายก็ไม่ได้ง่ายนะ
ห้องขังเหม็นชื้น ฟางแห้งที่ขึ้นรา กำแพงเย็นเฉียบ กำลังสั่นประสาทหญิงสาวจนแทบบ้า
ร่างขาวนวลเริ่มมีผื่นแดงจากตัวไร
ลิ้น เหลือบ คอระหงส์ หลังที่ตรงสง่า
ไม่อาจรั้งได้ ความรู้สึกอึดอัด ความหิวที่ไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน
ทำให้นางเริ่มสั่น ไร้แรง
ความคิดสุดท้ายเริ่มมืดดับตอนใดมิอาจรู้ได้
เซี่ยหลัวเยี่ยนค่อยๆหมดแรงและล้มลงไปกับพื้น แน่นิ่ง
“พี่ซาง นางล้มฟุบไปแล้วทำยังไงดีขอรับ”เสียงผู้คุมหนุ่มตกใจ เลิ่กลัก
พี่ซางที่ถูกปลุกจากการหลับยาม
“ใครๆ เป็นอะไร”เขาร้องร่างดีดขึ้นจากเก้าอี้
“หา อั้ยหยา จะให้นางตายไม่ได้นะ”
เห็นคนฟุบลงแล้ว
“ไปตามท่านหลิวจิ้งเหยียน”
คนหนึ่งวิ่งตัวปลิวไม่รอช้า
อีกคนรีบเอากุญแจไขประตู
“แม่นาง ๆ” ผู้คุมเขย่าร่างบางที่ไม่ไหวติง
ใจเขาเริ่มไม่ดี
“เจ้าฟื้นเถอะ ข้าแบกรับความผิดนี้ไม่ไหวหรอกนะ”
เขาแทบไม่อยากนึกว่า จะต้องโดนอะไรบ้างหาก องค์รัชทายาททรงรู้เรื่องนี้
ไม่นานหลิวจิ้งเหยียนรีบรุดมา อุ้มนางออกไป
ลมหายใจแผ่ว ใบหน้าซีดเซียว ยังคงหลับตานิ่ง
องค์รัชทายาทยืนมองสายตาอ่านยาก
“สาดน้ำ”
สิ้นเสียงตรัสทุกคนมองพระองค์ราวลังเล
จนเมื่อดวงเนตรเย็นชาเหลือบมองมา
หลิวจิ้งเหยียนจึงโบกมือส่งสัญญาณ
ซ่า! น้ำจากถังใบใหญ่ถูกสาดไปบนร่างบาง
เซี่ยหลัวเยี่ยนราวกับฝันร้าย ขยับร่าง
หายใจเฮือกหนึ่งพร้อมลืมตาตื่น
กึ่งลุก ยันกายมองรอบข้างอย่างตกใจ
“อ๊า!”
เสียงร้องไร้เรี่ยวแรง
หากเมื่อสมองแจ่มชัด จึงเห็นผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
“องค์รัชทายาท” นางเอ่ยเสียงเข้มแม้จะแผ่วเบา
น้ำที่เปียกชุ่มทั่วร่าง บนเสื้อผ้าที่สกปรกนั้น
กลับเผยส่วนเว้าโค้งชวนมอง อกสาวที่อวบอิ่ม ยามผ้าบางรัดรูปกาย
โม่จิ่งเหิง เหลือบเห็นสายตาหลายคู่จ้องมองนางอยู่
“พวกเจ้าออกไปให้หมด”เสียงนี้วางอำนาจเด็ดขาด
เมื่อทุกคนออกไปแล้ว
สายตาเย็นชามองร่างตรงหน้า
“เจ้าลุกไปอาบน้ำตรงนั้น”
เขาหันส่งสายตาไปยังฉากกัน
เซี่ยหลัวเยี่ยนมองตาม
หากเรี่ยวแรงนางยังไม่ฟื้นคืน
ครั้นก้มลงมองร่างตัวเองใบหน้า
พลันแดงเรื่อ
แหงนมองคนตรงหน้าด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“ทำไม จะให้ข้าอุ้มไปงั้นรึ”
แววตาดูแคลนมองนางอย่างรังเกียจ
“ไม่ต้อง หม่อมฉันไปเองได้”
ความโกรธเป็นแรงผลักดัน
ร่างบางพยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
เพียงไม่กี่วันนางผอมลงไปจนผิดตา
ผิวขาวนวลซีด ร่างบอบบางแต่
ส่วนเว้าโค้ง อกอวบอิ่มยังคงเด่นชัด
ผมยาวสลวยปล่อยละใบหน้างดงาม
ที่เปียกปอน กลับเพิ่มเสน่ห์ให้นาง
จนเขาเผลอมองไม่ละสายตา
จวบจนนางลับกายเข้าหลังฉากกั้น
เงาสะท้อนนั้น ราวกับภาพวาดมีชีวิต
ผมสยาย ผ้าที่ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้น
ยามนางหันกายเพื่อลงอ่างน้ำ
เผยยอดถันชูชัน เอวคอดกิ่ว เรียวแขน
ปรากฎเป็นเงาสะท้อนชวนมอง
โม่จิ่งเหิงค่อยๆเดินเข้าหาเงา ราวต้องคำสาป
ชายหนุ่มเดินจนมาหยุดด้านหลังนาง
เซี่ยหลิงเยี่ยนกำลังหลับตาผ่อนคลาย
ก่อนจะสะดุ้งจากมือสองข้างที่เกาะกุมยอดถันอวบอิ่ม
“อ๊า! ท่าน..”เสียงตื่นตระหนก
แต่ไม่อาจขยับได้ แรงจากมือทั้งสองข้าง กดคลึงแน่นแนบกายนางไว้กับอ่างน้ำ
“ไม่นะ ท่านตะทำอะไร ปล่อยหม่อมฉัน”หญิงสาวพยายามดิ้นรนสุดกำลัง
ไหนเลยจะสู้แรงชาย
องค์รัชทายาทไม่พูดสิ่งใด
แต่เขากระทำ
จมูกโด่งคมกดลงลำคอ ละเรื่อยถึงข้างแก้ม
สองมือเคล้าคลึงถันแน่น ปลายนิ้วทั้งสองข้าง เขี่ยยอดถันที่แข็งสู้มือ
“อ๊า อึก อย่า” แต่ละคำหลุดออกมาอย่างยากลำบาก
อารมณ์รันจวน แผ่ซ่านจนนางต้องกัดฟันฝืน
“เจ้าพร้อมแล้ว ข้ารู้”เสียงแหบพร่ากระซิบข้างแก้ม
มือขวาเลื่อนผ่านผิวกายหน้าท้องแบนราบ ล้วงเข้าไปกึ่งกลางกายสาว
เซี่ยหลัวเยี่ยนสะดุ้งเฮือก บิดกายตามสัญชาตญาณ
นิ้วกลางถูกล้วงเข้าไป แต่มันคับแน่น
“หึ ๆ ไม่อยากจะเชื่อ”เสียงเย็นชาเอ่ยขำ
นางรู้สึกถึงศักดิ์ศรีถูกฉีกทึ้งตรงหน้า
ความอับอายจนยากจะรับ
“องค์รัชทายาทปล่อยหม่อมฉัน”
แม้นางอยากอ้อนวอน แต่เสียงกลับแข็งกร้าว
นิ้วมือถูกเลื่อนขึ้นมาอีกนิดวนเล่นตรงจุดเสียว
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นด้วยความพึงพอใจ
เมื่อเขารู้ว่าเหยื่อยังบริสุทธิ์
ครานี้นางสติแทบหลุดลอยความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วร่าง
กายบางอ่อน หายใจหอบกระเส่า
กับสัมผัสที่ไม่เคยได้ลิ้มรส
ไม่ว่าชาติที่แล้วหรือชาตินี้นางก็ยัง
บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา
พลันร่างนางก็หลุดพ้นพันธนาการ
หญิงสาวหวังจะใช้จังหวะนี้ลุกขึ้นหนี
มือหนากลับจับศีรษะนางไว้มั่น
เขาเข้ามายืนตรงหน้านาง
ยังไม่ตั้งสติ
มือหนาบีบคางนางจนอ้าออก
สวบ!
“อื้อ อึก อึก อื้อ”เป็นเสียงที่ไม่ได้ศัพท์
เพราะถูกท่อนเนื้อยัดเข้ามาจนเกือบมิด
เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามดิ้นรนเพื่อจะถอนปากออก
“อ๊า ซี้ด อ๊า” โม่จิ่งเหิงครางพอใจ
กายแกร่งขยับเบาๆ แต่เน้นเป็นจังหวะ
ลิ้นที่พยายามดุนดันอย่างไม่ประสา
กลับเพิ่มความสุขหฤหรรษ์
สายตาเย็นชาก้มมองเรียวปากบาง
ที่ไหลเยิ้ม ท่าทีดิ้นรนขัดขืนนั้น
ยิ่งเพิ่มความหื่นกระหาย
“แค่ก แค่ก แค่ก อ๊า”
เซี่ยหลัวเยี่ยนมึนงง
ทั้งกับการกระทำที่ฉับพลัน
และอารมณ์ปั่นป่วนเสียวซ่านของตัวเอง
สองมือดันขาแน่นไว้
มองท่อนกายแกร่งอย่างขลาดกลัว
“องค์รัชทายาท หม่อมฉันไม่ยินยอม”
แม้หอบหายใจนางก็ต้องพูดให้เร็วที่สุด
ใบหน้าคมเข้มราวเทพสงคราม
เลิกคิ้วสนเท่
“เจ้ามีสิทธิเลือกด้วยหรือ”
เรียวปากยกยิ้มเพียงเสี้ยว
เขาเตรียมจับคางนางให้อ้าออกอีกครั้ง
หมายยัดเข้าไป
เซี่ยหลัวเยี่ยนปัดป้องพลันวัล
“ถ้าท่านทำอีกข้าจะกัดมันให้ขาด” นางแผดเสียงชิงช่วงเวลาที่จะได้พูด
กึก!
โม่จิ่งเหิงหยุดมือ
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาดุดันน่ากลัว
เซี่ยหลัวเยี่ยนกลั้นลมหายใจ
ในหัวคิดว่าชีวิตนางคงจบ
ในตอนนี้แล้ว
ชึ่บ! ซ่า!
ร่างบางถูกกระชากขึ้นจากน้ำ
ก่อนจะถูกรวบขึ้นบ่าอย่างไม่ใยดี
ปึก!
ร่างเปลือยเปล่าถูกโยนไปบนเตียงใหญ่
“อึก โอ๊ย” เสียงครางเจ็บปวดของนาง
ไม่ทำให้ สายตาเย็นชานั้นอ่อนลงสักนิด
หญิงสาวพยายามรวบรวมกำลังที่มีน้อยนิดกระเถิบกายหมายคิดหนี
“องค์รัชทายาท ข้านั้นสกปรก มอมแมม ดูสิผื่นคันขึ้นเต็มตัว
ท่าน ท่านอาจติดโรคได้นะเพคะ”
คำพูดยืดยาวเร่งเร้า เพียงเพื่อโน้มน้าว
หากดูไร้ผลกับคนตรงหน้า
ไม่แม้จะหยุดฟัง ไม่แม้จะเห็นใจ
มีเพียงสองมือใหญ่กดข้อมือบางไว้กับเตียง
จนไร้ทางสู้
ร่างสูงโปร่งหนาหนักกล้ามแน่น
โถมทับ บดเบียด ยิ่งนางดิ้นรน
ยิ่งปลุกเร้า
จมูกโด่งซุกไซร้หนักหน่วง
หยุดดูดดึงยอดถันอวบ
ย้ายปากวนรอบสองทั้งสองข้าง
ราวหิวโหย
เซี่ยหลัวเยี่ยนกัดฟันแน่น
ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราด
ท่อนกายร้อนเสียดสีช่องสวาท
ทำนางใจเต้นระทึก
ขัดแย้งกับความคิดที่พยายามจะหนี
การต่อสู้ระหว่างอารมณ์กับความคิด
ยังไม่ทันจบ
“อร้ายยยย เจ็บ ปล่อยน๊าาาา”
ท่อนกายแกร่งถูกยัดแทรกผ่านหนักหน่วง
ไม่มีคำว่าปรานี
นำอุ่นๆ กลิ่นคาวเลือดคลุ้ง
กลับทำให้เขาบ้าคลั่ง
โม่จิ่งเหิงขยับดันเข้าไม่ถนัด
เขารอจังหวะจนสุด ขยับเล็กน้อยสองสามที
“เจ้าสุดยอดจริงๆ”
คำชมมาพร้อมกับการเร่งเร็ว
เสียงครางกระเส่าราวนักล่า
เจอเหยื่อถูกใจ
ความเจ็บแสบแล่นปราดถึงหัวใจ
แต่ไม่นานนางกลับพบกับ
อีกอารมณ์ที่น่าตื่นเต้น
เสียวซ่าน โอนอ่อน ต้องการ
ชายหนุ่ม หื่นกระหายในกายสาว
สองมือบีบเคล้นอกอิ่ม กายขยับเนิบนาบสองขาเรียวงามพาดอยู่บนบ่าแกร่ง
สายตามองนางฉายแววหื่นกระหายพึงพอใจ
ตั่บ ตั่บ ตั่บ
จังหวะหนักแน่น ยัดเยียดท่อนยาวจนมิด
มือเรียวเล็กเกาะกุมกับมือหนาที่ยังบีบเน้น
ยามนี้นางปล่อยกายใจไปกับความสุขที่เขามอบให้
“องค์รัชทายาท อ๊า! อื้อ! แรงอีก อื้ม”
ใบหน้าสะบัดแหงนเงย
นางงดงามราวภาพวาดมีชีวิต
ที่เขาจับโยกได้จนหนำใจ
ความคับแน่นเบียดบังช่องสวาทที่ตอดรัดแน่นเป็นจังหวะนั่น
ทำโม่จิ่งเหิงสบถคำรามแหงนคอกระแทกเข้าไปเต็มแรงอีกสองสามที
ก่อนจะบดนิ่งค้างเกร็งตัวกระตุก
“อ๊าาาา”
ชายหนุ่มมองร่างระทวยที่ภายในยังตอดรัดกระตุก
รอยยิ้มหยันผุดพราย
เขายังมองอกอวบอิ่มขาวผ่อง
อย่างพึงพอใจ ก่อนจะก้มลง
ใช้ริมฝีปากกดงับขบเม้มดูดดุนเน้นๆ
หญิงสาวเสียวกระสันครางในลำคอ จับศีรษะชายหนุ่มให้ดูดดุนด้วยความพอใจ
ดวงเนตรทรงเสน่ห์อย่างผู้มีอำนาจทอดมองคางแหงนเงย ราวต้องการ
แต่เขาจะไม่ให้นางสมหวัง
“ร่านแล้วสินะ”
กึก! ร่างสาวชะงักค้าง
ราวฟื้นคืนสติ ผลักใบหน้าเขาออกห่าง
พยายามจะลุกให้พ้น แต่กายเขายังฝังนิ่งในกายนาง
เหมือนจะประจานให้อับอาย
ความลื่นไหล เป็นพยานได้ดีในความยินยอมพร้อมใจของกายทรยศ
“นั่นเพราะพนะองค์ขืนใจหม่อมฉัน”
ดวงตาสวยซึ้งแข็งกระด้างด้วยความโกรธและอับอาย
“อ้อ เช่นนั้น ข้าจะพิสูจน์อีกครั้ง”
สิ้นคำ ทุกสิ่งกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
“ไม่แล้ว หม่อมฉันยอมแล้ว”
เสียงนั้นหรือจะต้านทานพายุทมึฬได้
